the hunger games:เกมล่าไร้เลือด

posted on 22 Mar 2012 17:09 by thejui in movies
จัดว่าเป็นหนังสนุกนะครับ เมื่อถ่ายทอดมาเป็นภาพแล้วความสนุกมีมากกว่าในหนังสือ ผมคนนึงที่อ่านหนังสือมาก่อนดู เชื่อว่า!ไม่อ่านหนังสือมาก่อน จะดูthe hunger games ได้สนุกกว่าครับ เพราะใครจะรอดใครจะตาย ตัวอะไรจะโผล่มาได้ลุ้นกว่าเยอะ ต่างกับแฮรี่ พอตเตอร์ถึงรู้เรื่องมาก่อนแล้วแต่ก็ยังสนุกกับจินตนาการและภาพบนจอได้อีก  ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องยกความดีควาชอบให้กับผู้กำกับแกรี่ รอส ที่เป็นคนเขียนบทภาพยนตร์เองด้วย แกรี่เก่งมากกับการเลือกที่จะเน้นส่วนไหน แล้วตัดทอน ลดในส่วนไหน หนังเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีเวลาอ้อยอิ่งกับรายละเอียดปลีกย่อยในส่วนไหนเลย  แกรี่ดัดแปลงบทได้สมกับที่เป็นมือเขียนบทมากประสบการณ์ หนังเล่าเรื่องแบบบุคคลที่3 แทนการเล่าเรื่องผ่านสายตาของแคตนิสแบบในหนังสือซึ่งทำให้หนังเล่าเรื่องได้ง่ายกว่าไม่ต้องมีเสียงบรรยายของตัวละคร หนังตัดบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเดอะฮ็อบ แต่ไปเน้นที่ความทรงจำที่ประทับใจของแคตนิสที่มีต่อพีต้า ในวันที่เธออดอยากแล้วพีต้าโยนขนมปังให้เธอ เลือกที่จะไปขยายตัวตนของเกมส์เมคเกอร์ที่ในหนังสือพูดผ่านๆ ทำให้เห็นการทำงานกันอย่างใจร้ายของเกมส์เมคเกอร์ที่จงใจใส่อุปสรรคต่างๆลงไปแกล้งบรรดาผู้แข่งขันเกม
ในหนังสือก็จัดว่าเป็นหนังสือที่เล่าบรรยายภาพ บรรยากาศมากกว่าบทพูด มีบทสนทนาในหนังสือน้อยมาก แต่ถึงแม้จะน้อยก็โดนแกรี่ รอสเขียนบทพูดขึ้นใหม่เสียเยอะแม้กระทั่งบทสัมภาษณ์ของซีซ่า กับแคตนิส ที่อ่านแล้วก็ว่าขำกับอารมณ์ติดตลกของซูซาน ก็ยังโดนแกรี่ แก้เสียใหม่
ฟิลลิป เมสสิน่า ผู้ออกแบบฉากคู่บุญของสตีเวน โซเดอร์เบิร์ก เนรมิต ฉากเมืองแคปปิตอลออกมาได้ดีถึงแม้ซูซานจะไม่ได้บรรยายทัศนียภาพของเมืองแคปปิตอลไว้มากนักแคปปิตอลดูเจริญดังเมืองในโลกอนาคตแต่แห้งแล้งด้วยภาพลักษณ์ ตึกรามบ้านช่องไม่ทาสีโชว์ปูนเปลือยทำให้ดูหยาบกระด้าง สะท้อนถึงรสนิยมผู้คนที่ชอบดูคนฆ่ากัน
จูเดียน่า มอคอฟสกี้ เป็นอีกคนที่งานหนักกับการสร้างสรรค์เครื่องแต่งกายหลุดโลกนับร้อยชุดให้กับชาวเมืองแคปปิตอล ที่ซูซาน บรรยายไว้ว่าชาวเมืองแต่งตัวกันดังกับชุดแฟนซีตลอดเวลา
เจนนิเฟอร์ ลอเรนซ์ ทำการบ้านมาดี หน่วยก้านการจับธนูทะมัดทะแมง การวิ่งไปมาในป่าดูคล่องแคล่ว ดูแล้วไม่ใช่หญิงบอบบาง การที่เธอจะมีชัยในเกมจึงดูไม่เหลือเชื่อเกินไปนัก กับบอดี้เจ้าเนื้อของเธอจึงดูเหมาะกับบทสมบุกสมบันแบบนี้มากกว่าบทมิสติคในz-x-men-first class ที่ต้องเกือบเปลือย ซึ่งบทมิสติคของเธอนี้ทำให้ผมคิดถึงหุ่นนางแบบของโรจมินห์ สตามอส มิสติคคนต้นฉบับเสียมากกว่า
จอช ฮัตเชอร์สันดาราเด็กจาก a bridge to tirabethia มารับบทพระเอกเต็มตัวครั้งแรก ถึงแม้ความสำคัญของเรื่องจะเป็นบทพระเอก แต่ในหนังที่แคตนิส เป็นบทเด่นแบบนี้ บทพีต้าจึงเป็นพระเอกที่มีเวลาบนจอค่อนข้างน้อย กับรูปหน้าสี่เหลี่ยมเป๊ะจึงพูดได้ยากว่าจอช จะเป็นพระเอกทีหล่อได้แฟนๆกรี๊ดตามแบบเอ็ดเวิร์ดแวมไพร์
วู้ดดี้ ฮาเรลสัน ดูเหมาะก้บบทเฮย์มิตซ์ อดีตแชมป์the hunger games ที่วันนี้กลายเป็นขี้เมาปล่อยตัวโทรม แต่ก็ต้องมารับหน้าที่พี่เลี้ยงให้กับหนึ่งหนุ่มหนึ่งสาวในปีนี้ บทเฮย์มิตซ์ในหนังดูมีสีสัน มีบทบาทมากกว่าในหนังสือนัก เป็นเฮมย์มิตซ์ที่ดูมีชีวิตจิตใจ และผูกพันธ์กับแคตนิส และพีต้ามากขึ้น
เอลิซาเบ็ธ แบงค์ในบทเอฟฟี่ เธอเพิ่งเป็นนางเอกจาก a man on the ledge เรื่องนี้โดนจับเม๊คอัพประหลาดๆจนจำเค้าหน้าเดิมของเธอไม่ได้เลย งานนี้คงเสมอตัวเพราะบทของเธอโดนกดความสำคัญลงไปน้อยกว่าเฮย์มิตซ์เสียอีก คนดูคงจำได้แต่ภาพลักษณ์ประหลาดๆของเอฟฟี่ เกินกว่าจะจำได้ว่านี่คือเอลิซาเบธ แบงค์
เลนนี่ คราวิตซ์ ขวัญใจชาวร็อคเกอร์โดดมาจับงานแสดงหนแรก ในบทสไตลิสท์ซินนา ที่ดูสนิทสนมและเห็นใจแคตนิสที่สุด
แสตนลีย์ ทุชชี่ มาในบทซีซ่า พิธีกรอารมณ์ดี พักหลังคุ้นชินกับแสตนลีย์ ในภาพหัวล้านเสียมากกว่า พอมาเรื่องนี้มีผม เลยดูไม่คุ้นตาเสียเลย
เวสต์ เบนท์ลีย์ ดาราที่เคยมีวี่แววดี มาวันนี้ก็ไม่มีงานเสียแล้ว เวสต์ได้บทเซเนค่า เครน หัวหน้าเกมส์เมคเกอร์ หรือผู้ควบคุมเกมนั่นเอง เซเนค่า มีบทบาทในภาค2 แต่ถูกขยายเรื่องราวเพิ่มเติมในภาคแรก น่าจะเป็นตัวละครที่ได้รับการจดจำจากผู้ชมมากตัวหนึ่ง โดยเฉพาะเคราที่ตัดแต่งเสียจนประหลาด
โดนัลด์ ซุธเธอร์แลนด์ ที่ยิ่งแก่ยิ่งงานชุก ในบทประธานาธิบดีสโนว์ที่หนังสือแค่อ้างถึงเฉยๆ มาเวอร์ชั่นถูกขยายเสียมีบทบาทมากขึ้น และดูวี่แววน่าจะเป็นตัวละครฝ่ายร้ายตัวสำคัญที่จะถูกขยายในภาคต่อๆไป
เลียม เฮมส์เวิร์ธ น้องชายของเทพเจ้าธอร์ คริส เฮมส์เวิร์ธ มาในบทเกล คนรักอีกคนของแคตนิส ในหนังสือหมดบทบาทไปตั้งแต่ต้นเรื่อง แต่แกรี่ เพิ่มบทแทรมๆเข้ามาระหว่างเรื่องเพื่อจะปูบทบาทที่มากขึ้นของเกล ในภาคต่อๆไป
อแมนด้า เสตนเบิร์ก ผู้เคยรับบท แคตในวัยเด็กจากหนังcolumbiana เรื่องนี้ในบทริว พันธมิตรในสนามรบของแคตนิส เป็นตัวละครที่ตั้งใจใส่เข้ามาเพื่อฉากสะเทือนใจโดยเฉพาะ ถ้าหนังบรรยายความรู้สึกผูกพันธ์ที่แคตนิสมีต่อเธอคงได้น้ำตาแตกกัน เพราะแคตนิสรู้สึกกับริวเหมือนว่าเป็นพริมโรสน้องของเธอ เลยดูแลปกป้องริวดังเป็นน้องสาวอีกคน แต่ในหนังก็ไม่ได้ลงลึกหรือมีเวลาให้กับความสัมพันธ์ตรงนี้มากเท่ากับที่หนังสือบรรยายไว้
ถึงแม้เนื้อหาจะเป็นหนังที่ฟังดูโหดดังกับ battle royale ที่หนุ่มสาว24คนต้องเอาชีวิตกันให้เหลือเพียงคนเดียว แต่ด้วยผู้ประพันธ์เป็นผู้หญิง ความรุนแรงในหนังจึงไม่มากอย่างที่คาดด้วยพล็อตแบบนี้ ถ้าไม่สนใจเรตpg-13 หนังคงใส่ฉากแอ็คชั่นได้ดุเดือดกว่านี้ มีเลือดในหนังน้อยมาก ฉากเอาชีวิตกันในหนังก็มีน้อย แล้วก็ไม่โจ่งแจ้ง แช่ภาพกันนานๆ ในหนังสือดูจะบรรยายได้โหดกว่าด้วยซ้ำ ทั้งฉากศพที่โดนตัวต่อต่อย หรือฉากเหยื่อรายแรกของแคตนิส หลายๆรายที่ตายในสนามประลองก็ไม่มีภาพการต่อสู้ให้เห็น คนดูได้รับรู้จากการรายงานของเกมส์เมคเกอร์เท่านั้นว่าใครเสียชีวิตในสนามประลองไปแล้วบ้าง แต่สิ่งที่ได้เกินมาจากในหนังสือคือบรรยากาศชวนลุ้น ภาพเคลื่อนช้าๆดนตรีประกอบตื่นเต้น ล้วนเป็นส่วนช่วยให้คนดูเอาใจช่วยกับชะตากรรมของแคตนิสให้รอดชีวิตจากสนามประลองก่อนดูผมห่วงว่า หนังจะมีบทโรแมนติคในถ้ำ ออกน้ำเน่าแบบทไวไลท์เพราะหนังสือบรรยายฉากรักในถ้ำไว้ค่อนข้างมาก ก็ยังดีครับที่แกรี่ รอสไม่ได้ใช้เวลาตรงนี้มากนัก ฉากรักยังออกไปทางตลกๆเสียด้วยซ้ำ 
 
จัดเป็นหนังที่ดูแล้วได้รับความบันเทิงพอประมาณ ชายหญิงควงกันไปดูได้รับความบันเทิงทั้งคู่ ผู้ชายไม่ต้องฝืนใจไปดูกับแฟนเหมือนทไวไลท์ครับ  ได้ขึ้นแท่นตำแหน่งหนังภาคต่อทำเงินอีกเรื่องหนึ่งของฮอลลีวู้ดแน่ๆครับ 142นาที หนังยาวนะครับ

Comment

Comment:

Tweet