ใครที่ยังไม่เคยดู แนะนำให้ดูนะครับเรื่องนี้ เป็นหนังแนวแปลกที่นานๆจะมีหลุดมาให้ดูสักเรื่อง หนังเรื่องนี้กระแสดีมาตั้งแต่ก่อนออสการ์แล้ว เสียงชื่นชมเยอะมาก มีการคาดหวังว่าจะได้เข้า
ชิงออสการ์บ้าง แต่ก็ไม่ได้เข้า แรกเริ่มเดิมที ผมเข้าใจว่านี่จะเป็นหนังหนักๆออกอาร์ทๆดูยากก็เลยเพิ่งจะตัดสินใจหยิบมาดู ที่ไหนได้กลับกลายเป็นหนังที่ดูง่าย ลื่น จบได้ฟีลกู๊ดอีก 

เป็นหนังอีกเรื่องที่สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริง พล็อตหลักของหนังหนักหนามาก อดัมหนุ่มสถานีวิทยุอายุ27 มีอาการปวดหลัง ไปตรวจ กลับกลายว่าเขาเป็นมะเร็งกระดูกสันหลัง โอกาสรอดมีแค่50เปอร์เซ็นต์ ที่มาของชื่อเรื่อง มิหนำซ้ำแฟนยังนอกใจอีก ในขณะที่เนื้อหาหดหู่เช่นนี้แต่หนังกลับนำเสนอออกมาแบบตลกร้าย กลายเป็นหนังที่ผมดูไปยิ้มไปกับมุกน่ารักๆที่ปล่อยออกมาในบทสนทนาตลอดเรื่อง

หนังใช้เวลา กว่าหนึ่งชั่วโมงหลัง เล่าชีวิตของอดัมหลังจากที่เขาทราบข่าวร้ายว่าเขาเป็นมะเร็งร้ายแรง ปฏิกิริยาตอบรับ แบบเคอะเขิน กระอักกระอ่วนจากเพื่อนร่วมงาน อาการฟูมฟายจากแม่ ประสบการณ์พบจิตแพทย์สาววัยรุ่น ที่พยายามบำบัดจิตคนไข้ที่เป็นมะเร็งและต้องคอยรองรับอารมณ์ของอดัม การเอาใจใส่จากเพื่อนรักอย่างไคล์ ที่สรรหากิจกรรมต่างๆนาๆมาเล่นกับอดัม ก่อนที่หนังจะขมวดจบด้วยข่าวร้ายจากแพทย์ว่า มะเร็งของอดัมรุนแรงขึ้นต้องผ่าตัดด่วนและเป็นการผ่าตัดที่เสี่ยงต่อชีวิต

ผมไม่เคยได้ยินชื่อผู้กำกับโจนาธาน เลวินเลย แต่ประทับใจกับผลงานเรื่องนี้ของเขา โจนาธาน สามารถถ่ายทอดเรื่องดราม่า คอขาดบาดตาย ที่น่าจะเป็นหนังน้ำตาท่วมจอเรื่องนี้ให้กลายเป็นหนังคอมมีดี้ ที่มุกตลกร้ายๆให้ได้หัวเราะน้อยหัวเราะใหญ่กันตลอดเรื่อง 

โจเซฟ กอร์ดอน เลวิต ชอบนักกับหนังแปลกๆฟอร์มเล็กๆแบบนี้ โจเซฟเป็นดาราที่ชอบเล่นหนังแนวอินดี้ หนักๆขายการแสดง เรื่องนี้เขาก็ทุ่มทุนอีกเช่นกัน ฉากโกนหัวโชว์ก็โกน
กันจริงๆล่ะ โจเซฟ ถ่ายทอดบทอดัมได้ดูมีมิติความรู้สึกดีถึงแม้เขาเพิ่งรู้ตัวว่าได้เสียบบทนี้แทน เจมส์ แม็คอะวอยก่อนหน้าหนังจะถ่ายทำไม่ถึงอาทิตย์ด้วยซ้ำ

เซ็ธ โรเกน เป็นดาราที่มีโอกาสแจ้งเกิดในบทนำหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ถึงที่สุดซักที ได้บทนำจากgreen hornet ก็โดนเจย์ โชกลบรัศมีซะอีก ในขณะที่เพื่อนร่วมสถาบันอย่างโจนาห์ ฮิลล์แซงหน้าไปแล้วกับบทแสดงฝีมือจาก moneyballเรื่องนี้เซ็ธ ก็ยังเป็นเซ็ธแบบเดิมๆ หนุ่มห่าม หื่น ขี้เล่น หยาบ คาแรคเตอร์เดิมเป๊ะๆกับเรื่องอื่นๆทีเขาเล่นมา แต่นับว่าหนังเรื่องนี้เดินหน้าไปได้อย่างลื่นไหลก็เพราะบทของเซ็ธเนี่ยล่ะ บทไคล์ในเรื่องก็คือเซ็ธตัวจริงเพราะวิล ไรเซอร์คนเขียนเรื่องนี้ก็เขียนจากประสบกาณ์จริงของเขากะเซ็ธ โรเก็น แล้วเซ็ธ ก็เป็นคนยุให้ วิล เขียนเรื่องของเขาเองออกมาเป็นบทภาพยนตร์ ไคล์ เป็นเพื่อนที่น่ารักมาก พอรู้ว่าอดัม เป็นมะเร็งเขาก็ใช้เวลาส่วนใหญ่มาอยู่เป็นเพื่อน เอาใจใส่ ดูแล รับส่ง พอรู้ว่าแฟนอด้มนอกใจก็เป็นโกรธเป็นแค้นแทน แถมยังมีไอเดียสนุกกับการใช้ประโยชน์จากการเป็นมะเร็งโกนหัวทำคีโม เอามาเป็นมุกจีบสาวให้สาวเห็นอกเห็นใจแล้วหิ้วมานอนด้วยได้สำเร็จอีก

แองเจลิก้า ฮุสตันในบทแม่ ที่ดูจนจบผมจำดาราเจ้าฝีมือรุ่นใหญ่คนนี้ไม่ได้ มาอ่านเครดิตถึงอ๋อ ว่านี่คือแองเจลิก้า ฮุสตันหรอกหรือ เธอเล่นบทแม่ที่รักห่วงใยลูกมากกก ผมชอบที่จะเห็นความรักในครอบครัวอเมริกันแบบนี้นะครับ เพราะผมไม่ค่อยเห็นความรักในครอบครัวในหนังฮอลลีวู้ดบ่อยนัก ความรู้สึกต่อครอบครัวอเมริกันที่คนไทยได้เห็น ดูไม่อบอุ่นนัก เกิดมาก็นอนแยกห้องเลย โตมาอายุ12-13 ก็เถียงพ่อเถียงแม่แล้ว ลูกออกจากบ้านตั้งแต่ยังหนุ่มยังสาว ดูไม่ค่อยผูกพันกัน ใครอยู่บ้านพ่อแม่เป็นเรื่องน่าอับอาย ปีนึงได้เจอกันหนเดียวตอนวันคริสต์มาส
พอมาได้เห็นบทแม่ของอดัมก็ดูเป็นแม่ที่น่ารัก เธอโกรธลูกชายมากที่รู้ว่าเป็นมะเร็ง3วันแล้ว ถึงตัดสินใจบอกเธอ ไปหาหมอเป็นเพื่อนลูก ดูประกาศณียบัตรหมอว่าจบจากมหาลัยไหนเก่งพอที่จะรักษาลูกเธอได้ไหม?

ไบรซ์ ดัลลัส โฮเวิร์ด ที่วันนี้ไม่ได้เป็นนางเอกอีกต่อไปแล้ว แต่ผมคิดว่าเธอสวยดีนะ ชอบผมแดงๆธรรมชาติของเธอ ไบรซ์รับบทราเชล แฟนของอดัม ที่มีคนอื่นแต่ก็ยังสงสารแฟนเก่าไม่กล้าทิ้งไปในขณะที่อดัมยังเป็นมะเร็งอยู่แบบนี้

แอนนา เคนดริค ดาราตัวประกอบจาก ทไวไลท์ เรื่องนี้ได้บทแคธเธอลีน จิตแพทย์สาวที่เป็นนางเอกของเรื่อง บทแคธเธอลีน ของเธอน่ารักดีครับ เป็นจิตแพทย์ที่ดูแลเอาใจใส่คนไข้อย่างใกล้ชิด และกลายมาเป็นคนรักของอดัมในตอนท้าย

เป็นหนังเรื่องหนึ่งที่ซับไทยแปลได้มันส์ ได้อารมณ์มาก ฉากหนึ่งที่ผมหัวเราดังเลย เป็นฉากที่อดัมไปให้คีโม แล้วเจอกับเพื่อนวัยชรา มิตซ์ และ อลัน ทั้ง3แนะนำตัวกันด้วยชื่อและอาการมะเร็ง มิตซ์เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก อลันเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะ4 อดัมก็แนะนำตัวบ้าง "ผมชื่อ อดัมเป็นมะเร็ง Schwannoma neurofibrosarcoma" อลันได้ยินแล้วอุทาน "มะเร็งเฮี่ย!!อะไรวะนั่น".........ชอบ ฮาดี

น่าเสียดายที่ 50/50จัดเป็นหนังที่ดีและดูสนุกเรื่องหนึ่ง แต่หลายคนน่าจะมองผ่านไป เพราะภาพลักษณ์ของโปสเตอร์ การออกแบบที่ดูไม่น่าสนใจเอาหนักหนาเลย ดูแล้วสัมผัสอารมณ์น่าเบื่อดูยากตั้งแต่ใบปิดมาเลย ใครยังไม่เคยดู หามาดูนะครับ เป็นหนังที่ให้กำลังใจ แนะให้คนมองโลกในแง่ดี ไม่เก็บตัวรอชะตากรรม ให้กำลังใจตัวเอง ก็สามารถเอาชนะชะตากรรมที่ดูเลวร้ายได้ อดัมเป็นตัวอย่างที่ดีครับ 100นาที
Tags: 50 1 Comments

Comment

Comment:

Tweet

ชอบมากครับเรื่องนี้

#1 By keaaaa on 2012-04-01 19:25