Let It Be by The Beatles

Album: Let It Be Released: 1970
The Beatles
Let It Be
(Lennon/McCartney)


When I find myself in times of trouble
Mother Mary comes to me
Speaking words of wisdom, let it be.
And in my hour of darkness
She is standing right in front of me
Speaking words of wisdom, let it be.
Let it be, let it be.
Whisper words of wisdom, let it be.


And when the broken hearted people
Living in the world agree,
There will be an answer, let it be.
For though they may be parted there is
Still a chance that they will see
There will be an answer, let it be.
Let it be, let it be. Yeah
There will be an answer, let it be.



And when the night is cloudy,
There is still a light that shines on me,
Shine on until tomorrow, let it be.


I wake up to the sound of music
Mother Mary comes to me
Speaking words of wisdom, let it be.
Let it be, let it be.


There will be an answer, let it be.
Let it be, let it be,
Whisper words of wisdom, let it be.


เมื่อฉันเงยหน้าขึ้นมาเจอะแต่ปัญหา

คุณแม่ของฉันท่านเข้ามา

เอ่ย กระซิบให้ฉันฟังให้ แง่คิดฉัน "ปล่อยวางมัน"


และคราวที่ฉันนั้นรู้สึกมืดมน

เธอปรากฎกายต่อหน้าฉัน

ย้ำบทเรียนที่เคยสอนฉันไว้ "ปล่อยวางมัน"

ช่างมันเถิด ช่างมันเสีย
อย่าไปสนใจ ปล่อยมันไป
เธอกระซิบย้ำคติให้ฉันได้ยิน จง "ปล่อยวางมัน"
สำหรับทุกคนที่ชอกช้ำจิตใจ
จงอย่าเจ็บ ใช้ชีวิตมันเรื่อยไป
สักวันจะพบกับทางออก จง "ปล่อยวางมัน"

และสำหรับใครที่กำลังใจหมดไ

ใจแตกเป็นเสี่ยงๆ ไม่เป็นไร

โอกาสยังมีและเธอจะได้พบกับคำตอบ ก็แค่ "ปล่อยวางมัน"


ช่างมันเถิด ช่างมันเสีย

อย่าไปสนใจ ปล่อยมันไป

เธอกระซิบย้ำคติให้ฉันได้ยิน จง "ปล่อยวางมัน"

และไม่ว่าราตรีนั้นจะมืดสลัวสักเพียงไหน

ยังไงก็ต้องมีแสงสว่าง

สาดส่องมานำทางฉัน


เพื่อนำพาเราไปถึงวันพรุ่ง

แต่ตอนนี้คงต้อง

"ปล่อยวางมัน"

ฉันตื่นมาพบกับเสียงเพลงทุกครั้ง

ที่นึกถึงคำที่ท่านสอน

ที่ท่านกระซิบบอกฉันไว้ "ปล่อยวางมัน"

ช่างมันเถิด ช่างมันเสีย

อย่าไปสนใจ ปล่อยมันไป

เธอกระซิบย้ำคติให้ฉันได้ยิน จง "ปล่อยวางมัน"

เครดิตคำแปล http://www.oknation.net/blog/print.php?id=177945

พอล แม็คคาร์ธนีย์ เขียนเพลงนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแมรี่ แม่ของเขา แต่คนฟังส่วนใหญ่เข้าใจว่าคำ mother mary หมายถึงพระมารดาของพระเยซู แมรี่ แม่ของพอล ตายตั้งแต่
พอลอายุได้14ปี แต่แล้วคืนหนึ่งพอลก็เกิดความเครียดและวิตกกังวลอย่างหนัก จนเขาเอาไปฝันถึงแม่ ทั้งๆที่แม่ตายไปสิบปีได้แล้ว เหมือนกับว่าแม่มาหาเขาในยามที่เขากำลังกังวล
ทุกข์ร้อน และพูดให้ข้อคิดแก่เขา(she came to him in his time of trouble, speaking words of wisdom)ฝันนั้นทำให้พอลรู้สึกใจสงบ เป็นฝันดีของพอลที่ทำให้เขาใช้เป็นแรง
บันดาลใจในการเขียนเพลงนี้ และในวันเดียวกันนี้ พอล ยังเขียน the long and winding road อีก1เพลงด้วย
แต่จอห์น เลนนอน เกลียดเพลงนี้ เพราะว่าเนื้อหามันแทรกความเป็นคริสเตียนมากเกินไป จอห์นเคยกระแนะกระแหนเพลงนี้ไว้ว่า"เอ้าเร็ว มาตั้งใจฟังกัน
นางฟ้าเทพธิดาเสด็จมาโปรดแล้ว"<-------------ชอบว่ะ ไอดอล จอห์นเลยแก้เลี่ยนด้วยการเขียนเพลง "maggie mae"เป็นเพลงเกี่ยวกับโสเภณีในลิเวอร์พูลแล้ววางเป็นแทรคต่อจาก
let it be เลย

เมื่อวันที่ทางวงตั้งใจปล่อย "let it be"เป็นอัลบั้มสุดท้ายของทางวง อัลบั้มจะต้องเป็นตัวสื่อความหมายที่เหมาะสมกับผู้ฟังถึงการปล่อยปัญหาทิ้งไปแล้วตั้งใจเดินหน้าใช้ชีวิตต่อไป
แต่วันนั้นตัวอัลบั้มเกือบจะได้สื่อความหมายไปคนละทาง อัลบั้มถูกตั้งชื่อไว้ว่า"get back"ทางวงวางแผนว่าจะบันทึกเสียงจากการแสดงสด และมีรายการทีวีโชว์การฝึกซ้อมของพวกเขา
ในสตูดิโอ ซึ่งเหมือนกับการกลับไปทำงานแบบยุคแรกๆของพวกเขาที่บันทึกเสียงจากการแสดงสดโดยไม่มีเครื่องมือปรุงแต่งเสียงใดๆเหมือนกับที่พวกเขาทำมาแล้วในอัลบั้ม 
The White Album แต่เมื่อเริ่มต้นทำตามไอเดียข้างต้น ก็ดูท่าว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ จอร์จ แฮริสันตัดสินใจทิ้งโปรเจ็คท์ไป แต่เมื่อจอร์จกลับมาร่วมงาน พวกเขาก็ล้มเลิกแนวความคิด
บันทึกเสียงจากการแสดงสด แล้วนำเทปบันทึกภาพไปใช้กับหนังเรื่องสุดท้ายของพวกเขาแทน ระหว่างที่หนังกำลังอยู่ในช่วงตัดต่อ ทางวงก็บันทึกเสียงและปล่อยอัลบั้ม abbey road 
ก่อนประกาศแยกวง ท้ายที่สุดเทปต้นฉบับอัลบั้มนี้ก็ไปถึงมือฟิล สเปคเตอร์และฟิล ก็เข้ามารับหน้าที่โปรดิวเซอร์ให้กับอัลบั้มนี้ อัลบั้มสำเร็จและวางขายในหนึ่งเดือนหลัง เดอะ บีทเทิล
แยกวง ในที่สุดชื่อ "let it be"ก็ดูจะเหมาะเป็นชื่ออัลบั้มมากกว่า "get back"

จอห์น เลนนอน ต้องการให้ฟิล สเปคเตอร์เป็นโปรดิวเซอร์ให้กับอัลบั้มนี้ เลนนอน พึงพอใจการทำงานของ ฟิล ถึงกับดึงไปทำเพลง "instant karma" ในปี 1975 ในอัลบั้มเดี่ยวของจอห์น
ทั้งคู่ใช้เทคนิคการบันทึกเสียงแบบ "wall of sound"ที่ทั้งคู่ภูมิอกภูมิใจ ส่วนพอลนั้นเกลียดการทำงานของฟิลมาก ปี2003 พอลถึงกับหยิบอัลบั้ม let it be มาบันทึกเสียงใหม่
แล้วออกวางขายในชื่อ "let it be....naked"แล้วตัดอิทธิพลทุกอย่างที่ฟิลมีในอัลบั้มนั้นทิ้ง เป็นงานที่ใกล้เคียงกับความตั้งใจเดิมที่ทางวงอยากให้เป็นมากขึ้น รวมถึงตัดเพลง 
maggie mae และ dig it ทิ้งด้วย รวมถึงเปลี่ยนท่อนกีตาร์โซโลใน let it be ด้วย

แต่ละเวอร์ชั่นของ let it be เราจะได้ยินสำเนียงกีตาร์ต่างกันออกไปจอร์จ แฮริสันบันทึกเสียงกีตาร์ใหม่ในเดือน เมษายน 1969 จากเดิมที่คิดว่าดีที่สุดแล้วตอนบันทึกเสียงใน
มกราคม 1969 แล้วเวอร์ชั่นนี้ก็ถูกปล่อยออกเป็น ซิงเกิ้ลเวอร์ชั่น, อีกเวอร์ชั่นถูกบันทึกในเดือน มกราคม 1970 ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าเป็นกีตาร์จากฝีมือของ พอล แมคคาร์ธนีย์ และเป็น
เวอร์ชั่นที่ถูกบรรจุไว้ในอัลบั้ม และเวอร์ชั่นล่าสุดอยู่ในอัลบั้ม the let it be...naked ซึ่งเป็นเสียงกีตาร์โซโลที่ดึงออกมาจากเวอร์ชั่นภาพยนตร์

เดอะ บีทเทิลไม่ใช่ศิลปินรายแรกที่บันทึกเสียงเพลง let it be แต่เป็นเจ้าแม่โซล อาเรธา แฟลงคลิน บันทึกไว้ใน ธันวาคม 1696 เป็นเพลงที่บรรจุอยู่ในอัลบั้ม "this girl's in love with you"
ออกวางขายใน มกราคม 1970 สองเดือนก่อนที่เวอร์ชั่นของเดอะ บีทเทิลจะวางแผง,เวอร์ชั่นของอาเรธา ได้วง the muscle scoals rhythm section เล่นเป็นวงแบ็คอัพให้ วงนี้อยู่ในรัฐ
อลาบาม่าแต่ลงทุนเดินทางมานิวยอร์ค เผื่อบันทึกเสียงเพลงนี้ให้กับอาเรธาโดยเฉพาะ เดวิด ฮูด มือเบสของวงเล่าว่า แม็คคาร์ธนีย์ ส่งเดโมเพลงนี้มาที่ แอตแลนติค เรคคอดส์ และ
ส่งมาให้วงของพวกเขาด้วย "ผมสมควรต้องเตะตัวเอง ถ้าผมไม่รีบคว้าเดโมเพลงนี้ไว้ ผมเดาว่าทางค่ายคงโยนมันลงถังขยะเป็นแน่ เวอร์ชั่นของพวกเราจะต่างจากเดิมเล็กน้อย เพราะ
ผมเปลี่ยนมันไปนิดๆหน่อยๆ ส่วนเวอร์ชั่นของบีทเทิลก็ต่างจากในเดโม และก็ของอาเรธาด้วยนะ"

เมษายน 1987 let it be ออกเป็นซิงเกิ้ลการกุศล โดยการจัดการของ หนังสือพิมพ์เดอะซัน เพื่อระดมเงินเข้ากองทุนZeebrugge ferry disaster เวอร์ชั่นนี้ได้ พอล แม็คคาร์ธนีย์,มาร์ค
นอปเฟลอร์,เคต บุช,บอย จอร์จ,และอีกหลากหลายศิลปิน กองทุนนี้เรียกสั้นๆว่า "ferry aid"เพลงเวอร์ชั่นนี้ เข้าอันดับที่1 ถึง3สัปดาห์ในอังกฤษ http://www.youtube.com/watch?v=AmieR3KvQAc
รายการเด็กยามเช้า เซซามี สตรีท เอาเพลงนี้ไปแปลงเป็นชื่อ "letter B." เนื้อร้องถูกเปลี่ยนเป็น รายชื่อคำต่างๆที่ขึ้นต้นด้วยตัว B. http://www.youtube.com/watch?v=WmVd9F1fW00

let it be เป็นเพลงแรกของ เดอะ บีทเทิล ที่ได้ออกขายในสหภาพโซเวียต ในปี1972

ปี2001 พอล แมคคาร์ธนีย์ ช่วยจัดการคอนเสิร์ต "concert for newyork" เพื่อหาทุนช่วยเหยื่อจากโศกนาฏกรรมเวิลด์เทรดเซนเตอร์ พอล ปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยเพลง let it be
เป็นการร้องร่วมกับดารา นักร้องอีกมาก รวมถึงตำรวจนิวยอร์คและตำรวจดับเพลงร้องร่วมกันบนเวที http://www.youtube.com/watch?v=M17qFKXSMiw

อัลบั้ม let it be ทำยอดขายได้มากมายเป็นประวัติการณ์ในสหรัฐ สูงถึง 3.7ล้านแผ่นและยังคงขายได้ต่อเนื่อง

ถูกเล่นในงานศพ ลินดา แมคคาร์ธนีย์ ภรรยาของพอล แมคคาร์ธนีย์

วันที่18 กรกฎาคม 2008 พอล แมคคาร์ธนีย์ ได้เป็นแขกร่วมในคอนเสิร์ตของบิลลี่ โจล ในสนามเชีย สเตเดียม นิวยอร์ค และเล่นlet it beเป็นเพลงสุดท้าย และที่สนามเชีย แห่งนี้
มีวงมาเล่นคอนเสิร์ตครั้งแรกในวันที่15 สิงหาคม 1965 และวงนั้นก็คือเดอะ บีทเทิล

เจนนิเฟอร์ ฮัดสัน บันทึกเสียงเพลง let it beจากรายการ late night with jimmy falcon เพื่อหารายได้เข้ากองทุน hope for haiti ที่เกิดแผ่นดินไหว เวอร์ชั่นของเธอเข้าอันดับที่98
ในชาร์ต hot100ในเดือนกุมภาพันธ์ 2010 นับเป็นครั้งที่3 ที่ let it be เข้าชาร์ตในสหรัฐ และครั้งที่4 ใน1เดือนให้หลัง เป็นของ คริส อัลเลนที่ร้องในรายการอเมริกัน ไอดอล เข้าชาร์ต
ในอันดับที่63รายได้จาการขายผ่านสื่อดิจิตอลเวอร์ชั่นนี้ ก็ยังเข้ากองทุน ช่วยเหลือเหตุการณ์แผ่นดินไหวในไฮติเช่นกัน http://www.youtube.com/watch?v=nRA3DIUDsD0

รวบรวมมาให้ 12เวอร์ชั่น ขาดเวอร์ชั่นล่าสุดที่เขมรนะครับ
1. Aretha Franklin - Let It Be (3:30)
2. Across the Universe - Let It Be (2:33)
3. Beatles - Let It Be (4:03)
4. Billy Joel & Paul McCartney - Let it Be (Live) (5:08)
5. The Migs - Let It Be (3:47)
6. Boyce Avenue - One & Let It Be (3:47)
7. Jennifer Hudson - Let It Be (3:55)
8. Jose Feliciano - Let It Be (4:05)
9. 7023 - Let it be (2:56)
10. Paul Mccartney - Let It Be (3:57)
11. Richard Clayderman - Let it be (3:41)
12. Russian Red - Let It Be (2:21)
http://zidofile.com/pusBIp

Comment

Comment:

Tweet

ชอบพอ ๆ กับอีกเพลงนึงเลย

Imagine.

#1 By keaaaa on 2012-04-28 15:39