dark shadows แวมไพร์มึนยุคผมชอบชื่อภาษาไทยนะ นานๆจะเจอหนังฝรั่งที่ตั้งชื่อภาษาได้เข้าท่าสักทีนะ สั้นๆได้ใจความได้โครงได้รู้ว่าเป็นหนังตลกด้วย เรื่องแวมไพร์ข้ามยุคมาแบบมึนๆ นี่คือหนังที่กลับไปสู่อารมณ์เดิมๆของ ทิม เบอร์ตัน ทั้งภาพและบรรยากาศ โทนหนัง ได้เห็นภาพป่า มีหมอกคลุ้งทั้งเรื่อง ภาพโทนซอฟท์ ดูลึกลับ หนังอารมณ์ดี ผสมตลกร้ายที่หยิบซีรี่ย์ฮิตในยุคต้น70s มาทำใหม่จึงดูเป็นงานถนัดและเหมาะกับทิม เบอร์ตันมากที่สุดแล้ว ยิ่งได้พระเอกเข้าขาคนเดิมอย่าง จอห์นนี่ เด็ปป์มาด้วยรวมถึงคนทำดนตรีขาประจำอย่างแดนนี่ เอลฟ์แมนก็ยังกลับมาร่วมงานด้วยทำให้แฟนๆเดนตายของเบอร์ตัน ได้หายคิดถึงกันเป็นปลิดทิ้ง
จุดเด่นของเรื่องนี้ นอกจากชื่อขายอย่างเบอร์ตันและเด็ปป์แล้ว โปสเตอร์ที่ปล่อยนำออกมา กับการแคสติ้งตัวแสดงได้อย่างน่าสนใจมากๆ ทั้งมิเชล ไฟเฟอร์ที่ไม่เห็นงานแสดงของเธอมานานมากแล้ว เด็ปป์ที่เป็นชื่อขายและตัวละครหลัก โคลอี้ มอเรตซ์ ดาราเด็กที่กำลังมาแรง ทั้งหมดมายืนทำหน้าตาบอกบุญไม่รับกัน กับชุดที่เล่นสีสันฉูดฉาด เรียกได้ว่ากระตุ้นความอยากดูสำหรับแฟนๆหนังได้อย่างดี

หน้าหนังชวนให้คิดถึงหนังครอบครัวประหลาดอย่าง แอดดัมส์ แฟมิลี่  แต่พล็อตหลักค่อนข้างต่างกัน เด็ปป์ เป็นบาร์นาบัส คอลลินส์ มหาเศรษฐีจากปี1760 ที่รวยจนมีคฤหาสน์มหึมา แต่ดันไปจ้างสาวใช้มากเสน่ห์อย่างแองเจลีค บูว์ชาร์ดมา ,แองเจลีค หลังรักเจ้านายอย่างบาร์นาบัส อย่างหัวปักหัวปำ ด้วยความที่เธอเป็นแม่มด และบาร์นาบัส ไม่สนใจ แองเจลีคใช้มนต์ดำ ฆ่าพ่อแม่บาร์นาบัส รวมถึงคนรักของบาร์นาบัสเสียสิ้น สุดท้ายบาร์นาบัส ก็โดนแองเจลีค สาปให้กลายเป็นแวมไพร์ และปลุกระดมชาวบ้านให้ช่วยกันจับบาร์นาบัสไปขังไว้ในโลงเหล็กฝังไว้กลางป่าลึก ตัดผ่านไป200ปี ในปี1972 โจเซ็ต คนรักของบาร์นาบัสกลับมาเกิดใหม่ในนิวยอร์คเป็นสาววัยรุ่นนามวิคตอเรีย  แต่วิญญานของโจเซ็ต คนเดิมก็ยังตามวนเวียนเธอ (งงไม๊) วิญญานโจเซ็ต ก็เลยดลใจให้วิคตอเรียที่กำลังหางาน มาสมัครงานเป็นคนเลี้ยงเด็กที่บ้านคอลลินส์ ขณะเดียวกันรถตักในไซต์งานก่อสร้างก็ไปขุดเจอโลงของบาร์นาบัสทำให้บาร์นาบัสหลุดจากโลง แล้วกลับมาบ้านใช้ชีวิตกับครอบครัวคอลลินส์ยุคปัจจุบัน ที่ประกอบด้วย เอลีซาเบ็ธ รับบทโดยมิเชล ไฟเฟอร์ พี่สาวใหญ่และหัวหน้าครอบครัวและเป็นคนเดียวที่ดูเป็นมนุษย์ปรกติที่สุดในครอบครัวนี้,แคโรลีน ลูกสาววัยรุ่นที่มีนิสัยขวางโลก รับบทโดยโคลอี้ มอเร็ต ที่วันนี้เธอดูโตเป็นสาวไปแล้ว,จอห์นนี่ ลี มิลเลอร์ ในบท โรเจอร์ น้องชายผู้ไม่เอาถ่านของเอลิซาเบ็ธที่ต้องเลี้ยงลูกชายเดวิด ตามลำพัง เพราะแม่ของเดวิด ตายในอุบัติเหตุรถยนต์ ทำให้เดวิด กลายเป็นเด็กมีปัญหา ทางครอบครัวต้องหาครูและพี่เลี้ยงเด็กมาดูแลที่บ้าน และเฮเลนาบอนแฮม คาร์เตอร์ เมียจริงๆของทิม เบอร์ตันที่ได้เล่นหนังของสามีอยู่ประจำ เธอรับบทคุณหมอฮอฟแมน สมาชิกคนเดียวในบ้านที่ไม่ได้เกี่ยวดองเป็นญาติแต่เพราะสมาชิกครอบครัวนี้ไม่ค่อยมีใครปรกตินัก เลยต้องใช้บริการจิตแพทย์กันเป็นประจำ ทำให้ฮอฟแมน เลยมาอาศัยอยู่ในบ้านนี้มันซะเลย และอีกสองคนคือคุณยายจอห์นสัน แม่บ้านแก่มากกกที่ทั้งเรื่องไม่ต้องมีบทพูด แค่ยืนเฉยๆทำความสะอาดของแกไป ก็ทำให้ฮาได้หลายครั้ง และวิลลี่ ที่รับบบทแจ๊คกี้ เอิร์ล ฮาลีย์ดาราขายฝีมืออีกคนที่คราวนี้เปลี่ยนมาเล่นหนังเบาสมองดูบ้างส่วนตัวจอห์นนี่ เด็ปป์ ในฐานะตัวละครบุคลิกประหลาดขาประจำของหนังทิม เบอร์ตันเรียกได้ว่าเป็นงานขนมของเด็ปป์เลยก็ว่าได้ เห็นหน้าเด็ปป์ในช่วงต้นที่เล่นเป็นบาร์นาบัสวัยหนุ่มแล้วไม่รู้จะชื่นชมทีมงานซีจีหรือทีมงานเมคอัพดี เพราะทำหน้าเด็ปป์ออกมาได้หนุ่มฟ้อ เนียนมากจริงๆ

เรื่องราวหลังจากนี้ก็เป็นการทำสงครามกันระหว่างตระกูลคอลลินส์ และแองเจลีคที่วันนี้เธอกลายเป็นมหาเศรษฐีที่ครองตลาดเรือหาปลาทั้งอ่าวนี้ ทำให้ธุรกิจเรือหาปลาของคอลลินส์ซบเซาและกำลังล้มละลาย การกลับมาของบาร์นาบัส ช่วยให้ธุรกิจของคอลลินส์กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง ยิ่งสร้างความริษยาให้กับแองเจลีคมากขึ้น ที่ต้องการเอาชนะทั้งในทางธุรกิจและยังไม่ล้มเลิกที่จะให้บาร์นาบัสมีใจให้เธอในยุคนี้อีก
ตามสไตล์หนังเบาสมอง ดูได้ทั้งครอบครัว หนังไม่มีเงื่อนงำอะไรมากมายให้ซับซ้อนต้องเดากันยากนัก ลงเอยด้วยฉากแผลงฤทธิ์ของแองเจลีค ที่งัดมนต์วิเศษออกมาสู้กับบาร์นาบัสเป็นฉากถล่มทลายท้ายเรื่อง ภาพลักษณ์สาวสองพันปีที่ฆ่าไม่ตาย กับการต่อสู้ในคฤหาสน์หลังงามชวนให้นึกถึง death becomes her หนังขายฉากซีจียุคนู้นของโรเบิร์ต เซเม็คคิสถ้าว่าตามจริง บาร์นาบัสเป็นแวมไพร์ที่ใจร้ายมาก ฆ่าคนบริสุทธิ์เป็นเบือ แต่เมื่อหนังถูกนำเสนอในอารมณ์คอมมีดี้ ฉากฆ่าจึงไม่ถูกเน้น แต่เล่าด้วยภาพมุมกว้างผ่านๆ หรือให้เห็นเป็นเงาแวบๆแทน กลับกันตัวแองเจลีค ที่ถูกวางให้เป็นแม่มดตัวร้ายของเรื่อง กลับฆ่าคนน้อยกว่าบาร์นาบัสเสียอีก เอวา กรีน นางเอกเจมส์ บอนด์จาก casino royale  ถูกเลือกมารับบทแม่มดเจ้าเสน่ห์ได้อย่างเหมาะสมมาก เอวา ผิวขาวมาก เมื่อย้อมผมบลอนด์ แล้วทาปากสีแดงสด ทำให้หน้าเธอในเรื่องดูเด่น สวยขึ้นกล้องมาก เวลาที่เธอฉีกยิ้มเห็นฟันครบปากตาจ้องเขม็งดูเป็นแม่มดโรคจิตแฝงน่ากลัวดี แต่สวย

ด้วยความที่หน้าหนังเป็นหนังตลกเบาสมอง ตัวละครต่างๆเลยถูกเขียนบทให้ออกมาดูโอเวอร์เกินจริงอย่างกับตัวการ์ตูน แต่ยังไม่ประหลาดเท่าบรรดาสมาชิกครอบครัวแอดดัมส์ พล็อตหลักของเรื่องที่ว่าถึงแวมไพร์ที่ฟื้นขึ้นมาในโลกที่เริ่มมีวิทยาการหลังถูกขังไป200ปี มุกทำนองบ้านนอกเข้ากรุงนี้ถ้ามาเล่นในช่วงนี้ถือว่า ค่อนข้างเชยแล้ว จึงไม่ถูกเน้นมากนัก มีเพียงแค่ให้บาร์นาบัสทำท่าตกใจกับข้าวของเครื่องใช้ และแสงสีบ้านเมืองในช่วงสั้นๆ ถึงแม้หนังจะมีผี ลอยไปลอยมา แต่ก็เป็นผีสวยงาม ไม่ได้ตั้งใจให้น่ากลัวหรือตกใจ จะว่าไปเรื่องราวของดาร์ค ชาว์โดวส์ถือว่ามีจุดที่นำมาเน้นให้เข้มข้นได้ ทั้งในเรื่องอิทฤทธิ์ความร้าย หึงหวงของแองเจลีค ความโหดของบาร์นาบัส หรือการเอาชนะด้วยเล่ห์เหลี่ยมกลโกงในเชิงธุรกิจของสองบริษัท แต่ทั้งหมดก็ถูกดึง ผ่อนหนักไว้ด้วยเรทหนัง และกรอบของความเป็นหนังคอมมีดี้ ทำให้ต้องเล่าเรื่องราวผ่านๆในเชิงขบขันแต่พอมองในด้านขบขัน หนังก็ไม่ได้มีมุกแรงๆ ที่ให้หัวร่องอหาย ถ้าออกฉายก่อนอเวนเจอร์ส จะรู้สึกว่า dark shadows เป็นหนังตลกกว่านี้ แต่วันนี้ในช่วงที่ฉายไล่ๆกัน คนดูก็ยังยกให้อเวนเจอร์ส เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ขำที่สุดไปแล้ว ทำให้หนังเดินหน้าไปในโทนกลางๆ ไม่ได้มีพล็อตที่เข้มข้นนัก และอีกทางก็ไม่ได้มีมุกทีเด็ดที่จะเอามาคุยหรือเล่าต่อกันได้
dark shadows เป็นหนังเบาสมอง ดูเอาผ่อนคลายเพลินๆ เป็นหนังที่ต้องถูกใจสาวกทิม เบอร์ตันและจอห์นนี่ เด็ปป์เป็นแน่แท้ 

ด้วยเหตุการณ์ตามเรื่องในหนัง เกิดในปี1972 เพลงประกอบในหนังจึงอุดมไปด้วย เพลงยุค 70s แทบทั้งสิ้น น่าจะถูกใจคนทันยุค 70s นะครับ รวมเองนะครับ ของจริงยังไม่มีให้โหลด
http://zidofile.com/g50C93
1. Alice Cooper - Ballad of Dwight Frye (5:13)
2. Alice Cooper - No More Mr. Nice Guy (3:09)
3. Barry White - You're The First The Last My E (4:35)
4. Carpenters - Top Of The World (3:00)
5. Donovan - Season Of The Witch (4:57)
6. Iggy And The Stooges - I'm Sick Of You (6:52)
7. T. Rex - Bang A Gong (Get It On) (4:27)
8. The Moody Blues - The Night + Nights In White Satin (7:26)

Comment

Comment:

Tweet

ปีนี้มีหนัง Tim burton มาอีก 2 เรื่องเป็นอย่างน้อยนะครับที่เห็น Trailer แล้ว มีเรื่อง ลินคอร์น ล่าแวมไพร์ กับ อีกเรื่องเป็นอนิเมชั่น จำชื่อเรื่องไม่ได้ล่ะ คนนี้แหละผู้กำกับในดวงใจผม

#1 By Jack on 2012-05-14 14:16