ทำผมซะแล้ว ผู้กำกับคนโปรดของผม คาดหวังไว้มาก กับผลงานล่าสุด
ของก้องเกียรติ โขมศิริ ก็ไม่รู้ด้วยเหตุอันใดงานถึงออกมาแปลกต่าง
จากรสชาติเดิมๆได้เพียงนี้ อาจจะเพราะการทำงานภายใต้โลโก้ใบโพธิ์
ครั้งแรกหรือว่า การเปลี่ยนแนวมาทำหนังที่มีเค้าโครงจากเรื่องจริง เลยมี
กรอบของประว้ติศาสตร์มาบังคับให้ดิ้นไปไหนได้ไม่มาก การจบแบบหัก
มุมคนดูอ้าปากหวอซึ่งเป็นจุดเด่นในงานของก้องเกียรติ ก็เลยหายไป

หนังพลาดมากๆในเรื่องการวางตัวแสดง และบทภาพยนตร์ อันหลังนี่
รุนแรงมากในฐานะผู้กำกับที่มาจากคนเขียนบทมือวางต้นๆของวงการ
หนังไทยว่ากันด้วยเรื่องตัวแสดงก่อน สำหรับบทพระเอก จ๊อด เฮาดี้ ที่
เอาน้อย มาสวมบทบาทนักเลงชื่อดังในอดีต ตัวน้อยเองเป็นนักแสดงขาย
ฝีมือเพราะเขาเรียนการแสดงมาโดยตรง ซึ่งเท่าที่ดูน้อยเองก็พยายามอย่าง
ที่สุดแล้ว สำหรับการพลิกบทบาทที่ผ่านตามาในบท นักดนตรีใน
ทวารยังหวานอยู่2547,บทพนักงานบริษัท ใน13เกมสยอง2552 มาเป็นจ๊อด
เฮาดี้ ซึ่งตามบทแล้วจ๊อด เป็นนักเลงที่ร่ำลือกันว่าห้าวหาญ ดุดัน ใจสู้มาก
กว่าแดง ไบเล่ด้วยซ้ำ น้อยทำการบ้านพอสมควรกับการเล่นบทบู๊ และน่าจะ
ฟิตร่างกายเพื่อเล่นถอดเสื้อโชว์กล้ามด้วย หลายๆฉากพยายามแสดงออก
ด้วยสายตา แต่สิ่งที่การแสดงไม่สามารถช่วยได้ คือสรีระ น้อยเป็นคนร่างเล็ก
และที่สำคัญคือน้ำเสียงที่นุ่ม เล็ก ล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบที่ดูขัดกับบท
ของนักเลงระดับตำนานเสียมาก ผลก็คือน้อยไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึก
น่าเกรงขาม หรือรังสีอำมหิตที่ควรมีในบทนี้ ให้ออกมาสัมผัสได้ การปรากฎ
ตัวของจ๊อด ในฉากแอ็คชั่น คนดูต้องเป็นห่วงร่วมลุ้น กับชะตากรรมของฝ่าย
ตรงข้ามแล้ว ตัวเต๋าเอง เรื่องภาพลักษณ์นั้นหายห่วงเพราะสีหน้าท่าทาง
บวกกับบทบาทแบ๊ดบอยที่เขาเป็นอยู่แล้วในวงการบันเทิง แต่อย่างที่คุ้นหูกัน
ก็คือน้ำเสียงของเต๋า ที่ออกมาในทำนองเดียวกับน้อยเสียงแหลมๆเล็ก พอถึง
ฉากที่คู่นี้สนทนากันก็อดนึกไม่ได้ นี่มันนักเลงคุยกันเหรอวะเนี่ย ช่างกระหนุง
กระหนิงเสียนี่กะไร ยิ่งการใช้สรรพนาม "เรา"และ"นาย" ลงท้ายด้วย"ครับ"อีก
สงสัยพี่เสก โลโซ มาเขียนบทสนทนาให้กระมัง อีกคนที่ดูพิลึกพิลั่นกับการ
เลือกตัวแสดง คือเฮียหลอ ตัวละครสำคัญของเรื่อง ที่เลือกเอาพิงค์ พรชัย
ผู้กำกับที่ผมยี้กับคุณภาพหนังของเขาทุกเรื่อง พิงค์ ก้าวมาจากตัวประกอบใน
หนังหลายๆเรื่อง แล้วทุกเรื่องที่พิงค์เล่นล้วนเป็นหนังตลก ซึ่งก็เหมาะสมกับ
หน้าตาของพิงค์ ที่ใส่แว่นหนาดูเด๋อๆด๋าๆ แต่การเอาพิงค์มาหนีบกระเป๋าเข้า
จั๊กกะแร้ มีอีหนูหนีบข้าง ลูกน้องเดินตามเป็นพรวน ก็ไม่รู้สึกได้ถึงบารมี หรือ
มาดผู้นำแต่อย่างใด มันห่างชั้นกันแต่ก็ต้องอ้างถึงดาราระดับบิล เมอเรย์,
แดนนี่ เดอวีโต้ และโจ เปซซี่ที่พื้นฐานล้วนเคยผ่านงานตลกมาแล้วทั้งนั้นเมื่อ
ถืงเวลาพลิกบทบาทก็มาเป็นเจ้าพ่อขาโหด ก็โหดได้อย่างน่ากลัว พูดคุยกะ
เหยื่อหัวเราะอารมณ์ดี แล้วก็หยิบตะบองมาฟาดหัวซะงั้น แคแรคเตอร์แบบนี้
น่ากลัวครับ ถึงแม้หน้ายิ้มแต่ก็คาดเดาอารมณ์ไม่ได้ก็แทบจะหมดแล้วครับ
ตัวละครนำหลายๆตัวไม่สามารถทำให้คนดูรู้สึกถึงความเป็นนักเลงหรือเจ้าพ่อได้
บรรยากาศโหดของหนังก็หายไปครึ่งแล้ว ตัวละครที่เลือกมาได้เหมาะสมก็มีครับ
อย่างพงพัฒน์ ในบทเฮียเซ้ง ที่โผล่มาตั้งแต่ต้นเรื่อง แล้วก็หมดบทไปใน10นาที
จิ๊บ วสุ ก็ดูโอเคดีกับบทผู้การคำนึง มีการใส่รายละเอียดลงไปเรื่องงานอดิเรกกับ
การสะสมผีเสื้อ ทำให้ดูเป็นเจ้าพ่อเหมือนในหนังฮอลลีวู้ด ที่เวลาคุยกับลูกน้องไป
ต้องทำอะไรไปด้วยบทกำนัน ผมพยายามหาเครดิตว่าใครรับบทนี้ แต่หาไม่ได้
หน้าตาคุ้นๆไว้หนวดหนาๆดูเป็นดาราตัวร้ายสมัยก่อนดี ดูแล้วเข้ากับบทผู้มีอิทธิพล 
อีก2บทนำอย่าง ธง กับ เปี๊ยก ก็ดูเหมาะกับบทดี สำหรับจิ๊กโก๋สมัยก่อน ไว้ผมหวี
สูงไว้จอนยาวๆแบบเอลวิส แต่ก็ไม่มีซีนที่จะให้จดจำหรือได้แจ้งเกิดโอตี่ ที่ได้
แฟรงค์ พิธีกรเดอะสตาร์ เป็นอีกบทที่น่าชื่นชม กับการพลิกบทบาท ผมทรงหยอยๆ
กับลีลาการพูดจาแบบกวนๆ แฟรงค์ทำได้ดีมาก ดูแล้วใช่เลยว่าเป็นนักเลงหนัง
ไม่มีใครขโมยซีนได้เหมือนอย่าง บทหมู่เชียร ของอภิชาติ ชูสกุล ที่แจ้งเกิดจาก
2499 อภิชาติเป็นที่จดจำจากบทนี้จนได้เล่นหนังฮอลลีวู้ดหลายเรื่อง ขนาดว่า
เจ้าตัวล่วงลับไปแล้ว วลี"แถวนี้มันเถื่อน บอกตรงๆนะ ไม่แจ๋วจริง อยู่ไม่ได้"ยัง
คงฮิตว่อนในเฟ๊สบุ๊คกันอยู่เลย

มาถึงเรื่องบท ต้องใช้คำว่าสะเปะสะปะ ไร้จุดหมาย หนังแอ็คชั่น ฟันกัน ยิงกันหูดับ
ตับไหม้ แต่ไม่มีไคลแมกซ์ ถ้าใครไม่เคยดู ก็เรื่องนี้เลยล่ะครับ หนังหยิบเอาช่วง
เวลาที่ยาวนานเกินไปตัวละครเยอะเกินไป เล่าทุกอย่างแบบผ่านๆไปหมด สร้างตัว
ละครขึ้นมา แล้วก็ฆ่าตายหมดหนังเล่าเรื่องตั้งแต่แดง กับจ๊อด เลือกนาย ว่าจะอยู่กับ
เฮียเซ้งหรือเฮียหลอ แล้วก็สรุปว่าทั้งคู่ไปอยู่กับเฮียหลอ หนังมีส่วนซ้อนกับ2499
เพียงแค่30นาทีแรก ที่แดง ตัดสินใจบวชแล้วก็ ปุ๊ ตั้งแก๊งตัวเองประกาศเป็นศัตรูกับ
แดงและจ๊อด ซึ่งเรื่องตรงนี้เป็นไคลแมกซ์ตอนจบของหนัง 2499 หนังทำท่าจะมันส์
แดงตาย จ๊อด ต้องเจอกับปุ๊ แต่แล้วหนังก็เล่าว่าปุ๊ตายแบบผ่านๆประกอบเสียงบรรยาย
ให้ผ่านไป หนังแนะนำตัวละครใหม่ขึ้นมา คือผู้การคำนึง ที่ตามจิกจ๊อด ไม่ปล่อย
จะเอาจ๊อดเข้าคุกให้ได้ แล้วผู้การคำนึงก็โดนปืนกลถล่มตายคารถเป็นฉากตายของ
ตัวละครสำคัญที่ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย คนดูไม่ได้รู้เลยว่าไอ้รถที่แล่นมาแล้วโดนยิงน่ะ
เป็นรถของผู้การคำนึง รู้กันเฉพาะทีมงาน โดนรัวไปแล้ว เพิ่งจะถ่ายให้เห็นว่าอ้อ!
ผู้การโดนยิงเนอะ คู่ปรับจ๊อด หมดไปแล้ว2 หนังก็ไปดันโอตี่ ที่เป็นตัวประกอบมาตั้ง
แต่ต้นเรื่องให้ขึ้นมาเป็นคู่ปรับกับจ๊อด ตัวต่อไป ทั้งคู่เขม่นกันบ่อยครั้ง ชี้หน้ากัน
"มึงเจอกูแน่" แล้วก็อีกครั้ง ไม่มีการปูเรื่องและที่ไปที่มา ไม่มีการวางแผน ไม่มีการ
สร้างบรรยากาศครุกรุ่นให้คนดูร่วมลุ้น จ๊อดและลูกน้องอีก5-6คน ก็นั่งรถมาถล่มงา
นเลี้ยงอะไรก็ไม่รู้ กราดยิงกัน เฮียหลอตายเหมือนลูกน้องตัวประกอบธรรมดาซักตัวนึง
จบด้วยการดวลตัวต่อตัวของจ๊อด และโอตี่ 
หนังเดินเรื่องไปแบบเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ เสริมแต่งด้วยดราม่าของเปี๊ยก และธง
ที่ปูมาตลอดว่าทั้งคู่รักกันขนาดตายแทนกันได้ มองการณ์ไกลว่าจะเป็นใหญ่ แล้วลงท้าย
ก็แตกคอกันธงอยู่กับโอตี่ ขณะที่เปี๊ยกเลือกอยู่กับจ๊อด กลับกลายเป็นว่าเวลาทั้งเรื่อง
ที่ปูมา น่าเสียดายที่กลับไม่สามารถสร้างอารมณ์ดราม่าได้ในฉากที่เพื่อนรักต้องมายกปืน
จ่อกันแต่อย่างใด ก้องเกียรติทำดราม่าได้ดีมากนะครับ ในไชยา นี่ผมยังจดจำฉากเรียก
น้ำตาได้ดีเลย
 
น่าสงสาร สน เดอะสตาร์ ดาราที่ผมชื่นชมมาก และเป็นดาราขาประจำของก้องเกียรติ
เขาเรียกเสียงชื่นชมได้มากจาก มหาลัยเหมืองแร่ และได้บทจดจำในไชยา แต่ก็ไม่ดัง
เสียทีแต่ก้องเกียรติก็ไม่เคยทิ้งสนครับ ยังมีบทเล็กๆน้อยๆให้เล่นทุกเรื่อง แต่บทก็เล็กลง
เล็กลง จนเรื่องนี้ได้เล่นแค่5นาที ในบทนักเลงที่มาป่วนในบ่อน เสียดายความสามารถ
ของสน แต่ไม่ได้โอกาสเสียที
 
ขณะที่เรื่องกำลังเดินหน้าไป อยู่ดีๆหนังก็ตัดฉับไปเป็นภาพลุงป้าแก่ๆมานั่งเล่าเรื่องความ
หลังของปุ๊ แดง จ๊อด เอ้า!!งง ตกลงกูดูสารคดีอยู่รึนี่ แล้วก็ไม่มีการให้เครดิตด้วยนะครับ
ว่าลุงป้าเหล่านี้ ท่านเป็นใครมาจากไหน แล้วก็โผล่มาบ่อยเสียด้วย ถ้าหนังปูเรื่องมาว่
านี่เป็นหนังกึ่งประวัติศาสตร์ สารคดี ก็ดูจะเข้าท่ากับการเป็นหนังสลับบทสัมภาษณ์
แบบนี้นะ
อันธพาล เป็นหนังน้อยเรื่องมาก ที่ผมรู้สึกว่าตัวว่าไม่ได้เกาะ ติดตามไปกับเรื่องราวที่เดินหน้า
ของหนัง หนังไม่ได้สร้างวิกฤตการณ์ ไม่ได้สร้างปริศนาที่รอการคลี่คลาย ไว้เพื่อฉากไคลแมกซ์
ท้ายเรื่อง หนังเดินเรื่องไปแบบไร้จุดหมาย ตัวละครโผล่มาเรื่อยๆ ไม่รู้จะไปจบตรงไหนอย่างไร
เป็นหนังเรื่องแรกในรอบหลายปีที่ผมดูนาฬิกาว่าเมื่อไหร่จะจบเสียทีที่สำคัญหนังขาดอารมณ์ขัน
ไม่มีมุกหยอดให้ผ่อนคลายเลยสักแอะเดียว แต่กลับมีผีโผล่มาให้สะดุ้งตุ้งแช่ซะงั้น เอ้าฉีก!!
ส่วนดีที่น่าชื่นชมคืองานฉาก หนังหาโลเกชั่นได้ดี เช่นเดียวกับหนังแก๊งสเตอร์ย้อนยุคทุกเรื่อง
เราจะต้องเห็นตรอกแคบๆมีสะพานข้ามคลอง และตีนสะพานจะต้องมีร้านตัดผม นักเลงชอบ
ตัดผมครับ ทั้งหนังไทยหนังเทศเพื่อให้มีฉากมีดโกนกรีดคอตอนตัดผมทุกเรื่อง ทีมงาน
สรรหาของกระจุกกระจิกจำพวกใบปิด ขวดน้ำอัดลม มาใส่ในฉากได้ทุกซอกทุกมุมดี
ฝ่ายเครื่องแต่งกายก็ทำการบ้านได้ดี ทั้งชุดฝ่ายชายฝ่ายหญิง  แต่ว่าโดยรวม ผิดหวัง มากครับ!!


Comment

Comment:

Tweet

 นี่มันนักเลงคุยกันเหรอวะเนี่ย ช่างกระหนุง กระหนิงเสียนี่กะไร ยิ่งการใช้สรรพนาม "เรา"และ"นาย" ลงท้ายด้วย"ครับ"อีก สงสัยพี่เสก โลโซ มาเขียนบทสนทนาให้กระมัง    เขาก็พูดกันแบบนี้อะครับแปลกยังไง

#1 By งงคับ (171.100.128.186) on 2015-10-31 22:56